เทคนิคง่ายๆ 8 ข้อ ทำให้ แอร์รถเย็นฉ่ำ ไม่มีกลิ่นเหม็น

หนึ่งในปัญหาที่หลายคนๆ มักพบเจออยู่เสมอก็คือ แอร์ไม่ค่อยเย็นหรือบางครั้งก็มีกลิ่นไม่พึงประสงค์แผ่ออกมาตามลมแล้วก็คละคลุ้งอยู่ในรถลอยไปลอยมา ซึ่งเป็นเรื่องสยดสยองมากๆ  ทำให้ต้องเสียทั้งเวลาและเสียทั้งเงินเพื่อให้ช่างตรวจดูให้ หากแต่วันนี้ปัญหาไม่พึงประสงค์นี้จะหมดไป เพราะเราได้เฟ้นหาวิธีที่จะทำให้แอร์รถของคุณเย็นชื่นใจตลอดการเดินทาง และปราศจากกลิ่นรบกวนด้วย อยากให้แอร์รถเย็น ไร้กลิ่น ต้องทำตามนี้ เทคนิคปิดสวิตซ์ โดยก่อนคุณจะเริ่มสตาร์ทรถทุกๆ ครั้ง แนะนำว่าให้ควรปิดสวิตช์ A/C เสียก่อนดีกว่า เพื่อจะให้คอมเพรสเซอร์ทำหน้าที่เป็นตัวฉุดกำลังของไฟฟ้านั่นเอง เปิดพัดลมความเร็วสูงในตอนต้น หลังจากคุณสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วและรถอยู่ในอุณหภูมิปกติ แต่อย่าพึ่งรีบปรับอุณหภูมิทันทีเด็ดขาด หากแต่ควรเปิดพัดลมเสริมก่อนเปิดในความเร็วสูงสุดเลยนะ โดยเป็นเทคนิคในการไล่ความร้อนในระบบแอร์ให้ออกไปจนเกลี้ยง หลังจากนั้นคุณจึงค่อยปิดสวิตช์ A/C พร้อมทั้งปรับอุณหภูมิตามใจได้เลย

"เทคนิคง่ายๆ 8 ข้อ ทำให้ แอร์รถเย็นฉ่ำ ไม่มีกลิ่นเหม็น"

หายสงสัย! ทำไม ของเหลวที่นำขึ้นเครื่องบิน ต้องไม่เกิน 100 มิลลิลิตร

หลายคนอาจเคยต้องทิ้งขวดน้ำหอมที่คุณชื่นชอบ หรือครีมบำรุงผิวที่มีราคาแพงที่สนามบิน เพียงเพราะปริมาณเกินกำหนด มันทำให้เรารู้สึกหงุดหงิด โมโหอย่างมาก จนบ่อยครั้งก็มองว่าทางสนามบินนั้นไม่แฟร์ ระเบียบการอนุญาตให้นำของเหลวเจลและสเปรย์เพียง 100 มล. ติดตัวไว้ในเครื่องบิน นอกเหนือจากสัมภาระที่ตรวจสอบแล้ว กฎนี้ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และในความเป็นจริงมันเพิ่งถูกใช้เมื่อ 10 ปีก่อน ระเบียบดังกล่าวได้รับการแนะนำในปี พ.ศ. 2549 หลังจากที่ตำรวจอังกฤษได้เปิดเผยแผนการก่อการร้าย ที่ผู้ร้ายพยายามจุดชนวนระเบิดจากของเหลวที่บรรทุกอยู่บนเครื่องบิน บนสายการบินที่เดินทางจากสหราชอาณาจักรไปยังสหรัฐอเมริกา และแคนาดา โชคดีที่แผนการครั้งนี้ถูกสกัดกั้นโดยตำรวจอังกฤษ แต่นำไปสู่การยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดให้กับสนามบินทุกแห่ง ผลจากเรื่องนื้ทำให้สนามบินของอังกฤษมีการตรวจที่เข้มงวดสุดๆ สายการบินไม่อนุญาตให้มีกระเป๋าเดินทางรวมถึงหนังสือหนัง และกล่องแก้วภายในเครื่องบิน ไม่นานหลังจากนั้น ก็เริ่มมีระเบียบการจำกัดของเหลวในกระเป๋าถือด้วยเช่นกัน มีข้อยกเว้นเล็กน้อยเช่นอาหารของเด็กทารก ซึ่งผู้โดยสารจะต้องลิ้มรสก่อนเป็นอันดับแรกก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้ขึ้นเครื่อง จึงเห็นได้ว่าที่พวกเขาทำไปทั้งหมดนี้ ก็เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร เจ้าหน้าที่ต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อกลั่นกรองของเหลวของผู้โดยสาร แล้วตัดสินใจว่าเป็นภัยคุกคามหรือไม่ อย่างไรก็ตามมันก็ยังมีข้อยกเว้นจำนวนมากสำหรับข้อจำกัดนี้ ซึ่งรวมถึงยาตามใบสั่งแพทย์ หรือนมของเด็กทารก หากคุณต้องการที่จะนำครีมหรือน้ำหอมตัวโปรดขึ้นไปด้วย ลองดูวิธีการในการนำขึ้นเครื่องได้จากด้านล่างนี้ วิธีบรรจุสิ่งของที่นำติดตัว เก็บของเหลวในภาชนะที่มีความจุไม่เกิน 100 มล. และวางภาชนะเพื่อให้พอดีกับถุงพลาสติกใสที่สามารถปิดผนึกได้อย่างสะดวกด้วยความจุไม่เกิน 1 ลิตร แม้ว่าภาชนะจะมีขนาดบรรจุน้อยกว่า 100 มล. ก็ไม่สามารถนำขึ้นเครื่องได้หากไม่ได้วางไว้ในถุงพลาสติก ขนาดที่แนะนำสำหรับถุงพลาสติกคือ กว้างไม่เกิน 20 ซม. x 20 ซม. ไม่สามารถใช้ถุงที่ขยายได้เนื่องจากความจุจะเกิน 1 ลิตร โดยผู้โดยสารมีหน้าที่รับผิดชอบในการซื้อถุงพลาสติกของตนเอง สามารถซื้อกระเป๋าได้ที่ร้านสะดวกซื้อศูนย์บ้านและที่อื่น ๆ ในกรณีที่ซื้อของจาก Duty Free สามารถนำขึ้นเครื่องได้เลย เหตุผลก็เพราะว่าสินค้าเหล่านี้ ผ่านการตรวจสอบจาท่าอากาศยานมาแล้ว แต่การจะนำขึ้นไปจะต้องใส่ถุงให้มืดชิด รวมถึงเก็บหลักฐานใบเสร็จเอาไว้กับตัว เพื่อเอาไว้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าซื้อมาจากที่ Duty…

"หายสงสัย! ทำไม ของเหลวที่นำขึ้นเครื่องบิน ต้องไม่เกิน 100 มิลลิลิตร"

ทำไมกินกาแฟแล้วไม่ง่วงนอน

กาแฟ เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ผู้คนหลายล้านมีส่วนร่วมในการผลิตเครื่องดื่มสีดำนี้ และรู้ไหมว่าในสหรัฐอเมริกายังเฉลิมฉลองเทศกาล Coffee Day ในวันที่ 29 กันยายนอีกด้วย เราทุกคนรู้ว่ากาแฟจะทำให้เรามีความสุข ทำให้เราตื่นตัวตลอดทั้งวัน เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตของพนักงานบริษัท แต่ทำไมมันถึงเป็นเช่นนั้น เราจะหาสาเหตุว่าทำไมเมล็ดกาแฟถึงพิเศษนัก เพื่อที่จะเข้าใจว่าคาเฟอีนทำอะไรกับร่างกายและสมองของเรา จำเป็นจะต้องรู้ว่าทำไมเราถึง “ง่วงนอน” ส่วนใหญ่มาจากสารเคมีในสมองที่เรียกว่า “อะดีโนซีน” ถูกสร้างขึ้นเป็นผลพลอยได้จากกิจกรรมของเซลล์ในร่างกาย เช่นเดียวกับคาร์บอนไดออกไซด์  มันไม่ได้เป็นเพียงของเสีย แต่เป็นมาตราการป้องกันที่ช่วยให้มั่นใจว่า สมองจะไม่ได้รับความเครียดมากเกินไป และทำให้แน่ใจว่าร่างกายของเราได้รับการพักผ่อน การนำอะดีโนซีนออกจากสมการนี้ ไม่ได้ขจัดความจำเป็นในการนอนหลับ

"ทำไมกินกาแฟแล้วไม่ง่วงนอน"

สาระหน้ารู้เกี่ยวกับป้องกันสายตาเสียเวลาอยู่หน้าคอมนานๆ

คนทำงานส่วนใหญ่มักจะต้องนั่งอยู่หน้าคอมเป็นระยะเวลายาวนาน ทำให้เกิดความเมื่อยล้าสายตาเป็นเรื่องธรรมดา มีการศึกษามากมายชี้ถึงอาการปวดตาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มากกว่า 50 – 90 เปอร์เซ็นต์ล้วนมาจากคนที่ทำงานอยู่หน้าคอมแทบทั้งสิ้น ปัญหาเหล่านี้มีตั้งแต่ความเหนื่อยล้าทางกายภาพ ทำให้มีโอกาสผิดพลาดในการทำงาน จนถึงความรำคาญเล็กน้อยเช่นการกระตุกของตา หรืออาการตาแดง วันนี้เรามาพร้อมวิธีแก้ไขปัญหาเวลาที่ต้องนั่งอยู่หน้าคอมเป็นเวลานานทำอย่างไรบ้างสามารถติดตามได้จากด้านล่างนี้ 1.เลือกใช้แสงที่เหมาะสม อาการปวดตามักเกิดจากแสงที่มากเกินไปไม่ว่าจะเป็นจากแสงแดดกลางแจ้งที่เข้ามาทางหน้าต่างหรือจากแสงภายในที่ทำให้แสบตา โดยเฉพาะเมื่อคุณใช้คอมพิวเตอร์แสงโดยรอบของคุณควรมีความสว่างประมาณครึ่งหนึ่งเท่า อาจกำจัดแสงภายนอกด้วยการปิดผ้าม่านบังตาหรือมู่ลี่ ลดแสงสว่างภายในอาคารโดยใช้หลอดไฟหรือหลอดฟลูออเรสเซนต์น้อยลง หรือใช้หลอดไฟและหลอดที่มีความเข้มต่ำกว่า หากเป็นไปได้ให้วางตำแหน่ง

"สาระหน้ารู้เกี่ยวกับป้องกันสายตาเสียเวลาอยู่หน้าคอมนานๆ"

สาระหน้ารู้เกี่ยวกับการออกกำลังกายด้วยโยคะ

โยคะเป็นการออกกำลังกายรูปแบบหนึ่งที่เหมะสำหรับทุกเพศทุกวัย สำหรับผู้ที่คิดจะเริ่มต้นหาวิธีผ่อนคลายมันจึงเป็นตัวเลือกที่ดีสุด แถมยังช่วยให้เราเรียนวิธีในการควบคุมลมหายใจเข้าออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยรักษาสมดุลของร่างกาย เห็นไหมว่ามันมีประโยชน์มากแค่ไหนแต่มันไม่ได้หมดเพียงเท่านี้ วันนี้เราจึงมาพร้อมสาระน่ารู้เกี่ยวการเล่นโยคะว่ามีอะไรกันบ้าง 5 สาระน่ารู้เกี่ยวกับโยคะ 1.โยคะเป็นเป็นวิธีช่วยให้เราได้ผ่อนคลายได้ดีที่สุด คนเรามักจะต้องประสบกับเครียดจากปัญหาในชีวิตทั้งหลาย ไม่ว่าจะในชีวิตคู่ การงาน สุขภาพ ไม่ว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณอารมณ์เสียแค่ไหน การฝึกโยคะสามารถช่วยให้คุณกลายเป็นคนที่เครียดน้อยลง ควบคุมกับอารมณ์ของตนเองได้ดีขึ้นเพื่อพร้อมรับกับปัญหาที่อาจต้องเจอในอนาคต 2.โยคะช่วยเยียวยาความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า เป็นเรื่องธรรมดาที่คนผิดหวังจะต้องมีภาวะอารมณ์ที่ไม่มั่นคง เช่นการย้ายไปอยู่เมืองใหม่ที่เราไม่รู้จักใครเลยซักคน การสูญเสียบุคคลเป็นที่รักไป

"สาระหน้ารู้เกี่ยวกับการออกกำลังกายด้วยโยคะ"