สาเหตุที่แอร์ไม่เย็นเป็นเพราะอะไร ควรทำอย่างไร

ปัญหาแอร์ไม่เย็น, แอร์ไม่ค่อยเย็น หรือแอร์เย็นช้า จัดเป็นปัญหาที่สร้างความน่าหงุดหงิดรำคาญใจให้แก่ผู้ใช้งานได้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว สำหรับสาเหตุนั้นก็มาจากหลายประการ โดยมีตั้งแต่ปัญหาเล็กๆจวบไปจนกระทั่งปัญหาใหญ่ๆ สำหรับวันนี้เราจะมาแนะนำให้คุณเข้าใจว่าปัญหานั้นเกิดมาจากอะไรได้บ้าง และต้องมีการแก้ไขอย่างไร แอร์ไม่เย็น และแอร์ไม่หยุดทำงาน ตามปกติเมื่อแอร์ปรับอุณหภูมิห้องจนถึงระดับที่คุณตั้งค่าเอาไว้แล้ว ก็จะเกิดการตัดไฟ หากแต่ถ้าคุณเห็นว่าแอร์ทำงานปกติแต่ แต่ก็ไม่เย็น และก็ไม่ตัดไฟเสียที สำหรับเหตุผลในข้อนี้มาจากการที่แอร์นั้นมีขนาด BTU เล็กจนเกินไปสำหรับห้องของคุณนั่นเอง เพราะฉะนั้นวิธีแก้ปัญหาคือให้ซื้อแอร์เปลี่ยนใหม่แล้วก็จบ การปรับโหมด ถ้าแอร์ทำงานปกติ แต่กลับไม่เย็น อันดับแรกคุณต้องเช็คในเรื่องของการปรับโหมดเสียก่อน เพราะบางครั้งคุณก็สามารถเผลอไปกดโดนได้ สำหรับโหมดที่ทำให้เกิดความเย็น ก็คือ โหมดเย็น หรือ Cool นั่นเอง ถ้ารีโมทแอร์ของคุณเปิดเป็นโหมดพัดลม หรือ Fan ให้คุณเปลี่ยนเป็นโหมดเย็น เพียงเท่านี้ก็จะทำให้แอร์ของคุณกลับมาเย็นเช่นเดิมแล้ว ซึ่งปัญหานี้เป็นปัญหาเล็กๆที่หลายๆคนมักมองข้าม

"สาเหตุที่แอร์ไม่เย็นเป็นเพราะอะไร ควรทำอย่างไร"

ล้างแอร์จำเป็นต้องทำทุกวันหรือไม่

แอร์ เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทหนึ่งซึ่งต้องมีการเอาใจใส่ทำความสะอาด หมั่นดูแล ตรวจเช็ครอยรั่วของท่อ พร้อมเติมน้ำยาอยู่เสมอ เพื่อทำให้อากาศที่ออกมามีความเย็นตรงกับอุณหภูมิต้องการ แต่เมื่อมีการใช้แอร์อยู่บ่อยครั้ง ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ก็อาจทำให้อากาศที่ออกมาจากแอร์ไม่เย็นเท่าที่ควร เพราะฉะนั้นเจ้าของบ้านหลายๆคนก็อาจสงสัยว่าถ้าเป็นเช่นนี้ก็ถึงเวลาเติมน้ำยาแอร์อีกรอบแล้วหรือยัง ให้ลองทำความสะอาดแอร์ก่อน ในหลายๆครั้งคุณพบว่าแอร์บ้านเริ่มไม่เย็น ให้คุณเริ่มจากการทำความสะอาด ถอดแอร์มาล้างก่อนเลย โดยสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ภายในตัวเครื่องก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แอร์ไม่เย็นได้ โดยเริ่มจาก นำแผ่นกรองอากาศออกมาฉีดเพื่อให้ฝุ่นและสิ่งสกปรกจับตัวกันเป็นก้อนและไหลไปกับสายน้ำ ทำให้ในยามใช้งานทำให้อากาศไหลเข้าสู่ตัวเครื่องได้อย่างสะดวก ซึ่งเป็นการช่วยทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของแอร์ดีขึ้น อุณหภูมิเย็นตามความต้องการ อีกทั้งยังทำให้ลดค่าไฟลงอีกด้วย

"ล้างแอร์จำเป็นต้องทำทุกวันหรือไม่"

มารยาทดีในต่างแดน รู้ไว้ก่อนไปเที่ยวจริง

สักวันหนึ่งถ้าคุณมีโอกาสได้ไปท่องเที่ยวในต่างประเทศ ก่อนที่คุณจะไปนั้นคุณจำเป็นต้องเรียนรู้ สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำจากวัฒนธรรมประเทศนั้นๆ เสียก่อน มิฉะนั้นคุณอาจเผลอไปกระทำสิ่งไม่สมควรเอาได้ เพราะฉะนั้นวันนี้เราได้รวบรวมคำแนะนำในเรื่องของมารยาทอันน่าสนใจก่อนไปเที่ยวมาฝากคุณกัน อยากเป็นคนมารยาทในต่างประเทศ ห้ามทำสิ่งเหล่านี้ ห้ามแบมือ – ประเทศกรีก การที่คุณแสดงท่าทีแผ่ฝ่ามือต่อหน้าชาวกรีกนั้น ถือว่าเป็นการดูหมิ่นพวกเขาอย่างร้ายแรง โดยย้อนไปในสมัย Byzantine เมื่อมีผู้ทำผิดกฎหมาย คนๆ นั้นจะถูกจับพร้อมนำขึ้นขบวนแห่ประจานไปตามท้องถนน มือทั้ง 2 ถูกจองจำในลักษณะแผ่ขึ้น และผู้คุมจะทาสีดำที่ใบหน้าของนักโทษเพื่อประจาน เพราะฉะนั้นการแผ่มือต่อหน้าพวกเขา จึงเหมือนเป็นการล้อว่าพวกเขาเหมือนนักโทษนี่เอง ห้ามยกนิ้วโป้ง – ประเทศตะวันออกกลาง สำหรับการยกนิ้วโป้งเราเหล่าคนไทยมีความเข้าใจว่า เป็นการแสดงถึงการยกย่อง ชื่นชม หากแต่สำหรับในดินแดนตะวันออกกลาง เป็นสัญญาณใช้มาอย่างยาวนานมากกว่าพันปีมาแล้วในสมัยโรมัน ในการต่อสู้ในสังเวียนสุดโหด บรรดาเหล่านักต่อสู้ จะถูกตัดสินใจโดยผู้ปกครองว่าจะให้มีชีวิตอยู่หรือตาย เขาจะตัดสินด้วยการยกนิ้วหัวแม่มือขึ้น-ลง ถ้ายกนิ้วโป้งขึ้นรอด แต่ถ้ายกหัวนิ้วมือ คือ ตาย ซึ่งสามารถสื่อความหมายได้ว่า การได้ตัดสินชีวิตของผู้อื่นในฐานะเจ้าของชีวิตนั่นเอง

"มารยาทดีในต่างแดน รู้ไว้ก่อนไปเที่ยวจริง"

เทคนิคง่ายๆ 8 ข้อ ทำให้ แอร์รถเย็นฉ่ำ ไม่มีกลิ่นเหม็น

หนึ่งในปัญหาที่หลายคนๆ มักพบเจออยู่เสมอก็คือ แอร์ไม่ค่อยเย็นหรือบางครั้งก็มีกลิ่นไม่พึงประสงค์แผ่ออกมาตามลมแล้วก็คละคลุ้งอยู่ในรถลอยไปลอยมา ซึ่งเป็นเรื่องสยดสยองมากๆ  ทำให้ต้องเสียทั้งเวลาและเสียทั้งเงินเพื่อให้ช่างตรวจดูให้ หากแต่วันนี้ปัญหาไม่พึงประสงค์นี้จะหมดไป เพราะเราได้เฟ้นหาวิธีที่จะทำให้แอร์รถของคุณเย็นชื่นใจตลอดการเดินทาง และปราศจากกลิ่นรบกวนด้วย อยากให้แอร์รถเย็น ไร้กลิ่น ต้องทำตามนี้ เทคนิคปิดสวิตซ์ โดยก่อนคุณจะเริ่มสตาร์ทรถทุกๆ ครั้ง แนะนำว่าให้ควรปิดสวิตช์ A/C เสียก่อนดีกว่า เพื่อจะให้คอมเพรสเซอร์ทำหน้าที่เป็นตัวฉุดกำลังของไฟฟ้านั่นเอง เปิดพัดลมความเร็วสูงในตอนต้น หลังจากคุณสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วและรถอยู่ในอุณหภูมิปกติ แต่อย่าพึ่งรีบปรับอุณหภูมิทันทีเด็ดขาด หากแต่ควรเปิดพัดลมเสริมก่อนเปิดในความเร็วสูงสุดเลยนะ โดยเป็นเทคนิคในการไล่ความร้อนในระบบแอร์ให้ออกไปจนเกลี้ยง หลังจากนั้นคุณจึงค่อยปิดสวิตช์ A/C พร้อมทั้งปรับอุณหภูมิตามใจได้เลย

"เทคนิคง่ายๆ 8 ข้อ ทำให้ แอร์รถเย็นฉ่ำ ไม่มีกลิ่นเหม็น"

หายสงสัย! ทำไม ของเหลวที่นำขึ้นเครื่องบิน ต้องไม่เกิน 100 มิลลิลิตร

หลายคนอาจเคยต้องทิ้งขวดน้ำหอมที่คุณชื่นชอบ หรือครีมบำรุงผิวที่มีราคาแพงที่สนามบิน เพียงเพราะปริมาณเกินกำหนด มันทำให้เรารู้สึกหงุดหงิด โมโหอย่างมาก จนบ่อยครั้งก็มองว่าทางสนามบินนั้นไม่แฟร์ ระเบียบการอนุญาตให้นำของเหลวเจลและสเปรย์เพียง 100 มล. ติดตัวไว้ในเครื่องบิน นอกเหนือจากสัมภาระที่ตรวจสอบแล้ว กฎนี้ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และในความเป็นจริงมันเพิ่งถูกใช้เมื่อ 10 ปีก่อน ระเบียบดังกล่าวได้รับการแนะนำในปี พ.ศ. 2549 หลังจากที่ตำรวจอังกฤษได้เปิดเผยแผนการก่อการร้าย ที่ผู้ร้ายพยายามจุดชนวนระเบิดจากของเหลวที่บรรทุกอยู่บนเครื่องบิน บนสายการบินที่เดินทางจากสหราชอาณาจักรไปยังสหรัฐอเมริกา และแคนาดา โชคดีที่แผนการครั้งนี้ถูกสกัดกั้นโดยตำรวจอังกฤษ แต่นำไปสู่การยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดให้กับสนามบินทุกแห่ง ผลจากเรื่องนื้ทำให้สนามบินของอังกฤษมีการตรวจที่เข้มงวดสุดๆ สายการบินไม่อนุญาตให้มีกระเป๋าเดินทางรวมถึงหนังสือหนัง และกล่องแก้วภายในเครื่องบิน ไม่นานหลังจากนั้น ก็เริ่มมีระเบียบการจำกัดของเหลวในกระเป๋าถือด้วยเช่นกัน มีข้อยกเว้นเล็กน้อยเช่นอาหารของเด็กทารก ซึ่งผู้โดยสารจะต้องลิ้มรสก่อนเป็นอันดับแรกก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้ขึ้นเครื่อง จึงเห็นได้ว่าที่พวกเขาทำไปทั้งหมดนี้ ก็เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร เจ้าหน้าที่ต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อกลั่นกรองของเหลวของผู้โดยสาร แล้วตัดสินใจว่าเป็นภัยคุกคามหรือไม่ อย่างไรก็ตามมันก็ยังมีข้อยกเว้นจำนวนมากสำหรับข้อจำกัดนี้ ซึ่งรวมถึงยาตามใบสั่งแพทย์ หรือนมของเด็กทารก หากคุณต้องการที่จะนำครีมหรือน้ำหอมตัวโปรดขึ้นไปด้วย ลองดูวิธีการในการนำขึ้นเครื่องได้จากด้านล่างนี้ วิธีบรรจุสิ่งของที่นำติดตัว เก็บของเหลวในภาชนะที่มีความจุไม่เกิน 100 มล. และวางภาชนะเพื่อให้พอดีกับถุงพลาสติกใสที่สามารถปิดผนึกได้อย่างสะดวกด้วยความจุไม่เกิน 1 ลิตร แม้ว่าภาชนะจะมีขนาดบรรจุน้อยกว่า 100 มล. ก็ไม่สามารถนำขึ้นเครื่องได้หากไม่ได้วางไว้ในถุงพลาสติก ขนาดที่แนะนำสำหรับถุงพลาสติกคือ กว้างไม่เกิน 20 ซม. x 20 ซม. ไม่สามารถใช้ถุงที่ขยายได้เนื่องจากความจุจะเกิน 1 ลิตร โดยผู้โดยสารมีหน้าที่รับผิดชอบในการซื้อถุงพลาสติกของตนเอง สามารถซื้อกระเป๋าได้ที่ร้านสะดวกซื้อศูนย์บ้านและที่อื่น ๆ ในกรณีที่ซื้อของจาก Duty Free สามารถนำขึ้นเครื่องได้เลย เหตุผลก็เพราะว่าสินค้าเหล่านี้ ผ่านการตรวจสอบจาท่าอากาศยานมาแล้ว แต่การจะนำขึ้นไปจะต้องใส่ถุงให้มืดชิด รวมถึงเก็บหลักฐานใบเสร็จเอาไว้กับตัว เพื่อเอาไว้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าซื้อมาจากที่ Duty…

"หายสงสัย! ทำไม ของเหลวที่นำขึ้นเครื่องบิน ต้องไม่เกิน 100 มิลลิลิตร"