เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ใกล้ตัว

วิทยาศาสตร์เป็นกระบวนการสำคัญอย่างหนึ่งในการเสาะหาองค์ความรู้ทั้งใกล้ตัวและไกลตัวบางเรื่องที่เราอาจจะมองว่าใกล้ตัว แต่พอเอาองค์ความรู้วิทยาศาสตร์มาอธิบาย มันก็เป็นเรื่องราวที่น่าทึ่งได้เหมือนกัน วันนี้เราจะมาดูกันว่า เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ใกล้ตัวเรามีเรื่องอะไรน่าสนใจกันบ้าง เชื่อเลยว่าพอเราเล่าแล้ว จะว้าวแบบไม่น่าเชื่อ

กะพริบตา

เรื่องกะพริบตาเป็นเรื่องที่เราทุกคนรู้กันดี ทำกันทั้งวันทั้งแบบที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว แต่ถามว่าเรารู้หรือไม่ว่าเรากระพริบตากี่ครั้งต่อวัน นักวิทยาศาสตร์เคยทำการทดลองและคำนวณคร่าวๆ ว่า ตลอดชีวิตของคน 1 คน จะต้องกระพริบตามากถึง 250 ล้านครั้งเลยทีเดียว สมมติฐานนี้มาจากมนุษย์จะต้องกระพริบตาทุก 6 วินาที ไม่เพียงแค่นั้นกล้ามเนื้อตาที่ต้องทำการกระพริบหากเทียบการทำงานกับกล้ามเนื้อขาแล้วจะเท่ากับวิ่งระยะทาง 80 กิโลเมตรกันเลยทีเดียว

ผมและขน

เราอาจจะบ่นว่า ผมยาวอีกแล้ว ผมยาวเร็วจัง ในทางวิทยาศาสตร์ก็เคยมีการทดลองเรื่องเกี่ยวกับผมไว้ด้วย บอกว่าผมจะงอกออกมาได้ประมาณ 2 มิลลิเมตรใน 1 วัน โดยผมจะงอกหรือยาวขึ้นในเวลา 10.00-11.00 กับเวลา 16.00-18.00 น. ใครอยากพิสูจน์ก็ลองได้ แต่มันจะเล็กมากจนแทบจะดูไม่ออกเลย ส่วนเรื่องขนนักวิทยาศาสตร์ได้ทำการทดลองพบว่า คนเรามีขนอยู่ประมาณ 5 ล้านเส้นทั่วร่างกาย เราจะไม่มีขนที่ริมฝีปาก ฝ่ามือ และเท้า เท่านั้น (มันดูประหลาดถ้ามีขนขึ้นที่ปาก) ทีนี้คำถามต่อมาก็คือ ขนตรงไหนแข็งแรงสุด คำตอบก็คือ หนวดนั่นเอง นักวิทยาศาสตร์ทดลองแล้ว หนวดแข็งแรงพอกับลวดทองแดง

การจาม

ช่วงโควิด 19 ที่ผ่านมา การจามถือว่าเป็นสิ่งที่อันตรายมากเพราะจะเป็นการกระจายไวรัสได้เป็นอย่างดีทีเดียว การจามเกิดขึ้นจากมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในจมูก จนทำให้เรารู้สึกระคายเคืองจนต้องเอามันออกมาด้วยการจาม ในการจามแต่ละครั้งจะมีน้ำลายฟุ้งกระจายออกมามากถึง 100,000 หยด ซึ่งในน้ำลายนั้นก็เต็มไปด้วยสารคัดหลั่งและเชื้อโรคมากมาย หากเราเป็นโควิด 19 แล้วจามมาทีหนึ่งก็เท่ากับกระจายให้คนอื่นติดได้อีกเป็นสิบคนทีเดียว

รอยยิ้ม

เราอาจจะเคยได้ยินว่า คนที่อารมณ์ดี ยิ้มง่าย หัวเราะเก่งจะไม่แก่ ซึ่งอาจจะจริงก็ได้ จากผลการทดลองบอกว่า การทำหน้าบึ้งจ้ะทำให้เราต้องใช้กล้ามเนื้อมากถึง 400 มัด แต่ถ้าหากยิ้มเราจะใช้กล้ามเนื้อเพียงแค่ 15 มัดเท่านั้น การทำหน้าบึ้งจะทำให้เราขมวดคิ้วและการขมวดคิ้ว 200,000 ครั้งจะทำให้เกิดตีนกา 1 รอย ดังนั้นถ้าไม่อยากหน้าแก่ ยิ้มแย้มเข้าไว้ดีกว่า

หูที่ทำได้มากกว่าได้ยิน

หูเป็นอวัยวะที่สำคัญมาก เราเข้าใจว่าหูมีหน้าที่รับเสียงจากนั้นก็เอาเสียงไปแปลงเป็นสมองเพื่อทำความเข้าใจ แต่ความจริงแล้วหูยังทำหน้าที่อื่นด้วย นั่นก็คือ การรักษาความสมดุล รักษาการทรงตัวของร่างกาย ที่เป็นแบบนั้นเพราะว่าในหูมี เซมิเซอร์ คิวลาร์ คาแนล ในนั้นมีของเหลวที่ไวต้องการกระตุ้น (นึกภาพการทำงานเหมือนไม้วัดระดับน้ำของพวกช่าง) ถ้าหากเราหมุนตัวไปมาอย่างเร็ว ของเหลวมันจะปรับตัวไม่ทัน ทำให้เราเสียสมดุล จากอาการเวียนหัวได้

เรื่องง่ายที่ทำไม่ได้

เชื่อหรือไม่ว่า ร่างกายของเรามันน่าอัศจรรย์มาก บางครั้งมันก็มีกลไกบางอย่างที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องตัวเองไม่ให้เราทำสิ่งที่ดูเหมือนง่ายแต่อันตรายได้ อย่างเช่น เราไม่สามารถหายใจเข้าพร้อมกับกลืนอาหารไปพร้อมกันได้ สาเหตุเป็นเพราะว่าการกลืนอาหารจะไปปิดกั้นอากาศไม่ให้ผ่านเข้าไป ตอนที่อาหารกำลังลำเลียงจากปากไปยังคอหอย ใครอย่าฝืนทำล่ะ อาหารติดคอสำลักไม่รู้ด้วยนะ